ข้าวหน้าไก่ อาหารจานเดียวอร่อยน่าลอง

คลิป วิธีทำข้าวหน้าไก่ อร่อยน่าลอง





          ข้าวหน้าไก่ เมนูอาหารจานเดียวแบบไทย ๆ ที่ใครได้ชิมต้องหลงใหล รสกลมกล่อมกินได้ทุกวัย ทำครั้งเดียวกินอิ่มทั้งครอบครัว

          ข้าวหน้าไก่ อาหารจานเดียวที่หากินไม่ได้ง่าย ๆ แล้ว ส่วนร้านข้าวหน้าไก่เจ้าดัง ๆ อร่อย ๆ ก็อยู่ไกลบ้านเสียเหลือเกิน วันนี้กระปุกดอคอมเลยอยากจะชวนมาทำข้าวหน้าไก่กินเองที่บ้าน ไม่ต้องเสาะแสวงหาร้านขายข้าวหน้าไก่ให้ลำบากลำบน ถ้ามีส่วนผสมครบตามนี้ รับรองว่า อร่อยเป๊ะ ! 

ข้าวหน้าไก่
 ส่วนผสม

           เนื้ออกไก่ 500 กรัม
           รากผักชีทุบ 5-6 ราก
           เหล้าจีน 2 ช้อนโต๊ะ
           ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
           ซีอิ๊วดำ 2 ช้อนโต๊ะ
           น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
           พริกไทยป่น เล็กน้อย
           กระเทียมจีนทุบ 5-6 กลีบ
           ขิงแก่หั่นแว่น
           น้ำมันพืช สำหรับผัด
           น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
           แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ
           แป้งท้าวยายม่อม 2 ช้อนโต๊ะ
           ข้าวสวยหุงสุก

 วิธีทำ

ข้าวหน้าไก่
           หั่นเนื้ออกไก่เป็นชิ้นขนาดพอดีคำ ใส่ลงในอ่างผสม



ข้าวหน้าไก่
           เริ่มหมักไก่โดยใส่รากผักชีทุบลงไปในเนื้อไก่

ข้าวหน้าไก่
           ตามด้วยเหล่าจีน ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ น้ำมันงา และพริกไทยป่น

ข้าวหน้าไก่
           เคล้าผสมให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง

ข้าวหน้าไก่
           ใส่น้ำมันลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟ พอร้อนใส่กระเทียมและขิงลงผัดจนมีกลิ่นหอม

ข้าวหน้าไก่
           ใส่เนื้อไก่ที่หมักไว้ลงผัดจนสุกทั่ว 

ข้าวหน้าไก่
           เติมน้ำเปล่าลงไปให้พอท่วม ปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายและซีอิ๊วขาว

ข้าวหน้าไก่
           ละลายแป้งมันและแป้งท้าวยายม่อมกับน้ำให้ละลาย ค่อย ๆ เทส่วนผสมแป้งมันลงไปในกระทะ 
 
ข้าวหน้าไก่
           คนผสมไปเรื่อย ๆ จนเริ่มเหนียวข้นตามต้องการ

ข้าวหน้าไก่
           ตักราดลงบนข้าวสวยที่เตรียมไว้ พร้อมเสิร์ฟ

          ขอเสียมารยาทกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ๆ เลยค่ะ เห็นทีว่าจะทนไม่ไหวเสียแล้ว ตอนนี้เสียงท้องร้องดังจนเพื่อนข้าง ๆ หัวเราะแล้วค่ะ 

กระเจี๊ยบเขียวผัดน้ำมันหอย.. รักษาความดัน เป็นยาระบาย ช่วยปราบพยาธิตัวจี๊ด!!

  


สวัสดีค่ะ พบกันอีกแล้วนะคะกับช่วงเวลาแห่งความอร่อย วันนี้ไข่เจียว มีเมนูอร่อยๆมาฝากอีกเช่นเคยค่ะ ซึ่งเป็นเมนูอาหารที่ทำได้ง่ายๆ นั่นก็คือ "กระเจี๊ยบเขียวผัดน้ำมันหอย" ค่ะ พร้อมเคล็ดลับความอร่อยที่จะมาบอก ถ้าอย่างงั้นเราไปดูกันว่า จะอร่อยชวนให้หิวข้าว อย่างที่บอกมั้ย
 
ส่วนผสมที่ต้องเตรียม
กระเจี๊ยบเขียว14
    กระเจี๊ยบเขียว 20 ฝัก(เลือกเอาเฉพาะฝักอ่อนๆ)
    น้ำมันหอย 3 ช้อนโต๊ะ
    กระเทียม 3กลีบใหญ่ (สับละเอียด)
    กระเทียม 5 กลีบ สับละเอียด (เจียวให้กรอบ เหลืองหอม เตรียมไว้)
    น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
    น้ำมันสำหรับผัด 2 ช้อนโต๊ะ
    น้ำเปล่าสำหรับแช่กระเจี๊ยบเขียว 4 ถ้วยตวง
    เกลือป่น 4 ช้อนโต๊ะ (สำหรับแช่กระเจี๊ยบเขียว)
    น้ำเย็น 4 ถ้วย (สำหรับแช่กระเจี๊ยบที่ลวก)
วิธีทำ
1.นำเกลือป่นใส่ลงในน้ำเปล่าที่เตรียมไว้ คนให้เกลือละลาย จากนั้นนำกระเจี๊ยบเขียวมาตัดหัวตัดท้าย แล้วนำลงแช่ในน้ำเกลือทันที แช่ไว้ประมาณ 10 นาที เพื่อให้ยางที่เป็นเมือกใสๆของกระเจี๊ยวออก แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดหลายๆน้ำ
กระเจี๊ยบเขียว13
 


2.นำหม้อตั้งไฟ ใส่น้ำลงไปกะพอท่วมกระเจี๊ยบเขียว รอให้น้ำเดือด ใส่กระเจี๊ยบเขียวลงไป คนไปมาเบาๆ ประมาณ 2 นาที ปิดไฟยกลงจากเตา ตักกระเจี๊ยบเขียว ออก แล้วมาแช่ด้วยน้ำเย็นทันที ตักพักใส่ตะแกรงเตรียมไว้
กระเจี๊ยบเขียว15
 
3.นำกระทะตั้งไฟปานกลาง ใส่น้ำมันที่เตรียมไว้ลงไป พอน้ำมันเดือด ใส่กระเทียมที่สับเตรียมไว้ลงไป ผัดไปมา จนกระเทียมเริ่มเหลืองหอม แล้วใส่กระเจี๊ยบเขียวลงไป ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย ตามด้วยน้ำปลา น้ำตาลทราย ผัดให้เข้ากัน ชิมรส เพิ่มรสชาติตามใจชอบ ปิดไฟยกลงจากเตา ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ
กระเจี๊ยบเขียว12

กระเจี๊ยบเขียว11


กระเจี๊ยบเขียว10

กระเจี๊ยบเขียว9

กระเจี๊ยบเขียว8

กระเจี๊ยบเขียว6

กระเจี๊ยบเขียว5

กระเจี๊ยบเขียว4

กระเจี๊ยบเขียว3

กระเจี๊ยบเขียว2

กระเจี๊ยบเขียว1


กระเจี๊ยบเขียว
**สาระน่ารู้**
ประโยชน์/สรรพคุณของกระเจี๊ยบเขียว
     กระเจี๊ยบเขียว เป็นพืชที่มีคุณสมบัติในการช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหารและลำไส้ เพราะในฝักกระเจี๊ยบนั้นมีสารเมือกพวกเพ็กติน (Pectin) และกัม (Gum) ช่วยเคลือบแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ไม่ให้ลุกลาม รักษาความดันให้เป็นปกติ เป็นยาบำรุงสมอง ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่โดยรักษาระดับการดูดซึมน้ำตาลจากลำไส้ใหญ่ให้คงที่ จึงเป็นผักที่เหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน นอกจากนั้นแล้วกระเจี๊ยบเขียว ยังมีสรรพคุณเป็นยาระบายและสามารถแก้โรคพยาธิตัวจี๊ดได้ด้วย แต่ต้องรับประทานติดต่อกันเป็นเวลาอย่างน้อย 15 วัน หรือบางคนอาจใช้เวลา 1 เดือน ได้ทราบประโยชน์ของกระเจี๊ยบเขียวกันไปแล้ว คนรักสุขภาพต้องไม่พลาดนะคะ หากวันไหนนึกเมนูอาหารไม่ได้ว่าจะทานอะไรดี ก็นึกถึงเมนูอร่อยๆเพื่อสุขภาพ ที่ ไข่เจียว.com นำมาฝาก ไปลองทำไว้ทานที่บ้านกันนะคะ